Sorry, the website is currently no available in your country.
Please click here to view the content on Nin Jiom website from your region.
你所瀏覽的網頁暫不適用於該地區。
請 按此 瀏覽其他內容或瀏覽該地區的內容。

แพทย์ออนไลน์

‘ธาตุ’ ทั้งสี่ และ ‘รสชาติ’ ทั้งห้าของการแพทย์แผนจีนคืออะไร?

‘ธาตุ’ ทั้งสี่ของการแพทย์แผนจีน ได้แก่ ธาตุเย็นจัด (หยินสูง) ธาตุเย็น ธาตุเป็นกลางถึงอุ่น และธาตุร้อน (หยางสูง) ขณะที่ ‘รสชาติ’ ทั้งห้า ได้แก่ เผ็ด หวาน เปรี้ยว ขม และเค็ม
เมื่อตัว ‘ร้อน’ คอแห้งและคันคอ ต้องกินยาที่มีธาตุเย็นและเย็นจัด ถ้าตัว ‘เย็น’ และกลัวหนาว ต้องกินยาที่มีธาตุอุ่นและบำรุงร่างกาย
โดยทั่วไป เมื่อตัว ‘ร้อน’ ควรรับประทานยา ‘เย็น’ สลับกัน ถ้าตัว ‘เย็น’ ควรรับประทานยา’ร้อน’ รสชาติของยาจีนให้สรรพคุณต่างกัน ตัวอย่างเช่น ยาที่มีรสฉุนและเผ็ดช่วยขับเหงื่อ (เช่น กระชายและต้นหอม) และยาที่มีรสหวานมักใช้บำรุงร่างกาย (เช่น พุทราจีนและตั่งเซียม)
อย่างไรก็ตาม รสชาติยาจีนมีความซับซ้อนมาก ยาบางตัวมีสองรสหรือมากกว่านี้เพื่อให้ผลการรักษาที่ต่างกัน

ตามทฤษฎีของการแพทย์แผนโบราณของจีน ภาวะร่างกายมีกี่แบบ?

ตามทฤษฎีของการแพทย์แผนโบราณของจีน ภาวะร่างกายมีสี่แบบหลัก ได้แก่ ‘ร้อน’, ‘เย็น’, ‘พร่อง’ และ ‘เกิน’

คนที่ตัว ‘ร้อน’ มีระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ที่ทำงานดี ทำให้อาจตื่นเต้นง่าย มักมีอัตราการเต้นของหัวใจเร็วกว่า และมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการอักเสบบ่อย มักคอแห้งและปัสสาวะมีสีเหลือง นอกจากนี้ยังไม่ชอบความร้อนและชอบดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ ปกติมีอาการท้องผูกด้วย
เมื่อสั่งจ่ายยาจีน ควรพิจารณาถึงประเภทร่างกายของผู้ป่วยด้วย

คนที่ร่างกาย ‘เย็น’ มีระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกายที่ทำงานช้ากว่า ร่างกายมีอุณหภูมิต่ำ มือและเท้าเย็น ภูมิคุ้มกันโรคต่ำลง คนที่ตัว ‘เย็น’ จะดูซีดและไม่มีแรง นอกจากนี้ยังชอบรับประทานอาหารและเครื่องดื่มร้อน
เมื่อสั่งจ่ายยาจีน ควรพิจารณาถึงประเภทร่างกายของผู้ป่วยด้วย

คนที่ร่างกาย ‘พร่อง’ มีร่างกายแข็งแรง ทำกิจกรรมในระดับสูงและมักไม่มีเหงื่อออก แต่มีอาการท้องผูกและท้องอืดท้องเฟ้อ นอกจากนี้ยังมีภาวะลิ้นเป็นฝ้าและมีกลิ่นปากเป็นครั้งคราว
เมื่อสั่งจ่ายยาจีน ควรพิจารณาถึงประเภทร่างกายของผู้ป่วยด้วย

คนที่ร่างกาย ‘เกิน’ จะขาดพลังและติดเชื้อโรคง่ายขึ้น มักดูซีดและเหมือนไม่มีแรง เสียงอ่อนแรง นอกจากนี้ มีภาวะลิ้นเป็นฝ้าเล็กน้อยหรือไม่มีภาวะนี้เลย
เมื่อสั่งจ่ายยาจีน ควรพิจารณาถึงประเภทร่างกายของผู้ป่วยด้วย

สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงเมื่อรับประทานยาจีนคืออะไร?

ปกติเมื่อรับประทานยาจีน ต้องไม่กินถั่ว เนื้อวัว อาหารที่มีธาตุเย็น และสิ่งที่ย่อยยาก เนื่องจากระบบย่อยอาหารอาจไม่อยู่สภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยาส่วนใหญ่ควรรับประทานกับน้ำค่อนข้างอุ่น
อย่างไรก็ตาม สำหรับยาที่ช่วยในการขับสารพิษและบรรเทาความร้อนในร่างกาย ควรใช้น้ำเย็น ไม่ควรรับประทานยาจีนกับนมและน้ำชาเพราะจะลดฤทธิ์ยาหรือก่อให้เกิดผลอันไม่พึงประสงค์ ถ้าต้องรับประทานยาจีนและยาแผนปัจจุบันพร้อมกัน ขอแนะนำให้เว้นระยะห่างกันอย่างน้อยสองชั่วโมง

นทฤษฏีของการแพทย์แผนจีน ‘ขึ้น’, ‘ลง’, ‘ลอย’ และ ‘จม’ คืออะไร?

คำว่า ‘ขึ้น’, ‘ลง’, ‘ลอย’ และ ‘จม’ หมายถึงทิศทางของยาจีนที่ต่างกัน ทฤษฎีนี้เกี่ยวข้องเป็นอย่างมากกับการรักษาอาการเจ็บป่วยที่หลากหลาย กล่าวโดยทั่วไป ทิศทางของยาจีนที่ต่างกันสัมพันธ์กับ ‘ธาตุ’ และ ‘รสชาติ’ ของยา ยาที่เผ็ด หวาน อุ่นและร้อนมักมีทิศ
ทางของยา ‘ขึ้น’ และ ‘ลอย’ ส่วนยาที่ขม เปรี้ยว เย็น และเย็นจัดมักมีทิศทางของยา ‘ลง’ และ ‘จม’
ยาจีนที่ ‘เบา’ (เช่น สาระแหน่และดอกแมกโนเลีย) มักมีทิศทาง ‘ขึ้น’ และ ‘ลอย’ ขณะที่ยาจีนที่ ‘หนัก’ (เช่น ยาจีนที่เป็นเหง้าและเมล็ดพืช หรือที่มีแร่และหอย) ส่วนใหญ่ ‘ลง’ และ ‘จม’ เป็นที่แน่นอนว่ามีข้อยกเว้นต่อการแยกประเภททั่วไปนี้เนื่องจากทิศทางของยาจีนที่ต่างกันสัมพันธ์กับ ‘ธาตุ’ และ ‘รสชาติ’ ของยา จึงมีรายละเอียดที่ครอบคลุมไว้อยู่แล้วใน
ทฤษฎีของ ‘ธาตุสี่และรสชาติห้า’ ยกเว้นยาที่มีทิศทางซับซ้อนมากกว่าปกติ ในการใช้ทางคลินิก มักต้องพิจารณาธาตุ รสชาติ ฤทธิ์ยา และทิศทางยาเป็นองค์รวม